วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

ตัวอย่างตำราและสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษาจีน

ตัวอย่างตำราและสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้อกับภาษาจีน เพื่อ AEC

ตำราภาษาจีนหลักที่ใช้กันในห้องเรียนและแนะนำ
1.《汉语教程》 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2549)
2. สัมผัสภาษาจีน (ฉบับภาษาไทย)
3. ภาษาจีนระดับต้น 1 และ 2 (ฉบับปรับปรุง)
4.《汉语阅读教程》 (ฉบับปรับปรุง)
5.《汉语听力教程》 (ฉบับปรับปรุง)
6.《汉语会话301句》 (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3) แบ่งเป็นเล่มสีเขียวครึ่งแรก และสีแสดครึ่งหลัง
7.《开开汉语》(ภาษาจีนหรรษา) ระดับประถมศึกษา

ตำราภาษาจีนเสริมที่แนะนำ
1. จีนจำนรรจา
2. เริ่มต้นเรียนจีน 1 ถึง 6
3.《汉语口语速成》 (ฉบับปรับปรุง) เล่มสีเขียวแยก 2 เล่ม
4.《汉语阅读速成》 (ฉบับปรับปรุง) เล่มสีเขียว
5.《汉语听力速成》 (ฉบับปรับปรุง) เล่มสีเขียว
6. พูดจีนจากจินตภาพ
7. เก่งจีน 30 ชม.
8. ศัพท์จีนเรียนเร็ว 《汉语速成》 แยก 3 เล่ม 
9. สวัสดี 你好 แยก 8 เล่ม
10. 35 หมวดคำศัพท์เฉพาะภาษาจีนที่ควรรู้ 
11. ภาษาจีนเพื่อการสมัครงาน
12.《快乐汉语》

(ตำราบางเล่มมี CD แถม โดยแถมไว้ในหนังสือหรือแยกขายต่างหาก) 

พจนานุกรม
1. พจนานุกรมฉบับใหม่ (ฉบับพิมพ์อักษรตัวย่อ)
2. พจนานุกรมจีน-ไทย
3. English-Chinese Dictionary
4. พจนานุกรม 3 ภาษา ไทย-อังกฤษ-จีน
5. Chinese-English Dictionary
6. พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ 

สื่อภาษาจีนอื่นๆ ที่นอกจากตำราข้างต้น
1. ช่อง CCTV 1 ถึง 12 (www.cctv.cn)
2. ชุด "ฮั่น จื้อ กง" (VCD แบ่งเป็น 103 แผ่น และ DVD แบ่งเป็น 17 แผ่น)
3. www.youku.com
4. www.baidu.com 

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ภาษาจีนในประเทศไทยกับ AEC

ระยะหลังนี้ภาษาจีนเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) โดยเฉพาะในประเทศสิงคโปร์มีคนสื่อสารด้วยภาษาจีนอยู่จำนวนหนึ่ง

ภาษาจีนถือเป็นความสำคัญกับประเทศไทยด้วย โดยตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 (ตั้งแต่ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อจีน) ได้นำหลักสูตรภาษาจีนมาใช้ในการเรียนการสอนในประเทศไทย โดยเริ่มตามระดับมหาวิทยาลัย และมัธยมศึกษาตอนปลายก่อน แล้วจากนั้นปี พ.ศ.2550 ต่อเนื่องถึง 2553 ได้ริเริ่มขยายความก้าวหน้าให้นักเรียนชั้นประถม และมัธยมศึกษาตอนต้นได้เรียนภาษาจีนด้วย

โรงเรียนที่ริเริ่มการเรียนการสอนภาษาจีนตั้งแต่เริ่มเลยอยู่ในย่านสัมพันธวงศ์ เนื่องจากเป็น China Town เพราะมีชาวจีนโพ้นทะเลเดินทางมาปักหลักในประเทศไทย โดยส่วนมากจะเรียนภาษาจีนด้วยอักษรตัวเต็ม (แบบไต้หวัน) แต่ปี พ.ศ.2546 หลักสูตรภาษาจีนซึ่งเป็นอักษรตัวย่อ (แบบปักกิ่ง) ได้เข้ามาแทนที่ และเป็นที่นิยมในขณะนี้

และในปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคม AEC และประเทศจีนส่งนักเรียน นักศึกษามาศึกษาที่ประเทศไทย และฝึกภาษาไทยกับอาจารย์ชาวไทยโดยตรง และเรียนรู้วัฒนธรรมไทยนอกห้องเรียนด้วย ซึ่งเป็นกิจกรรมบังคับของมหาวิทยาลัยจีนตรงๆ อาทิ ชมประวัติศาสตร์ไทย มวยไทย โบราณสถาน ไม่เพียงเท่านี้ ชาวไทยที่เรียนภาษาจีนก็จะได้สื่อสารภาษาจีนกับชาวจีนตรงๆ ด้วย

ถ้าใครไม่เคยเรียนภาษาจีนเลยตั้งแต่เกิดถือว่าเชย
ถ้าใครเรียนภาษาจีนตั้งแต่ประถมถือว่าทันสมัยมาก
ถ้าใครเรียนภาษาจีนตั้งแต่มัธยมต้นถือว่าทันสมัย
ถ้าใครเรียนภาษาจีนตั้งแต่มัธยมปลายถือว่าค่อนข้างทันสมัย
ถ้าใครเรียนภาษาจีนตั้งแต่มหาวิทยาลัยถือว่าค่อนข้างเชย
บางทีเรียนภาษาจีนตามสถาบันที่ไม่ใช่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็ถือว่าทันสมัยถึงทันสมัยมาก

ตำราภาษาจีนหลักที่ใช้กันในห้องเรียนและแนะนำ
1.《汉语教程》 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2549)
2. สัมผัสภาษาจีน (ฉบับภาษาไทย)
3. ภาษาจีนระดับต้น 1 และ 2 (ฉบับปรับปรุง)
4.《汉语阅读教程》 (ฉบับปรับปรุง)
5.《汉语听力教程》 (ฉบับปรับปรุง)
6.《汉语会话301句》 (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3) แบ่งเป็นเล่มสีเขียวครึ่งแรก และสีแสดครึ่งหลัง
7.《开开汉语》(ภาษาจีนหรรษา) ระดับประถมศึกษา

ตำราภาษาจีนเสริมที่แนะนำ
1. จีนจำนรรจา
2. เริ่มต้นเรียนจีน 1 ถึง 6
3.《汉语口语速成》 (ฉบับปรับปรุง) เล่มสีเขียวแยก 2 เล่ม
4.《汉语阅读速成》 (ฉบับปรับปรุง) เล่มสีเขียว
5.《汉语听力速成》 (ฉบับปรับปรุง) เล่มสีเขียว
6. พูดจีนจากจินตภาพ
7. เก่งจีน 30 ชม.
8. ศัพท์จีนเรียนเร็ว 《汉语速成》 แยก 3 เล่ม 
9. สวัสดี 你好 แยก 8 เล่ม
10. 35 หมวดคำศัพท์เฉพาะภาษาจีนที่ควรรู้ 
11. ภาษาจีนเพื่อการสมัครงาน
12.《快乐汉语》

(ตำราบางเล่มมี CD แถม โดยแถมไว้ในหนังสือหรือแยกขายต่างหาก) 

พจนานุกรม
1. พจนานุกรมฉบับใหม่ (ฉบับพิมพ์อักษรตัวย่อ)
2. พจนานุกรมจีน-ไทย
3. English-Chinese Dictionary
4. พจนานุกรม 3 ภาษา ไทย-อังกฤษ-จีน
5. Chinese-English Dictionary
6. พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ 

สื่อภาษาจีนอื่นๆ ที่นอกจากตำราข้างต้น
1. ช่อง CCTV 1 ถึง 12 (www.cctv.cn)
2. ชุด "ฮั่น จื้อ กง" (VCD แบ่งเป็น 103 แผ่น และ DVD แบ่งเป็น 17 แผ่น)
3. www.youku.com
4. www.baidu.com 

เกี่ยวกับการสอบ HSK


การสอบ HSK (Chinese Proficiency Test - Hanyu Shuiping Kaoshi / 汉语水平考试) เป็นการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ซึ่งเป็นการสอบแบบผู้ใหญ่ ซึ่งอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้ภาษาจีนเป็นอย่างดี โดยการสอบจะวัดระดับมันสมองของแต่ละคนที่ความรู้ไม่เท่ากัน และนำไปใช้ในอนาคต ซึ่งได้รับการขนานนามว่า TOEFL ภาษาจีน

การสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้อเขียน และปากเปล่า

1. การสอบข้อเขียน เป็นการสอบที่ให้ผู้เข้าสอบดูข้อสอบก่อน แล้วเลือกคำตอบ และเขียนอักษรจีนที่กำหนดให้ในโจทย์แต่ละข้อในส่วนการเขียนลงในกระดาษคำตอบ
โดยแบ่งออกเป็นระดับ 1 ถึง 6 (เลขน้อยคือระดับพื้นฐาน แต่เลขมากคือระดับสูงมาก คล้ายๆ กับการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น หรือ JLPT แต่เลขมากเป็นระดับต้น เลขน้อยเป็นระดับสูง)

ระดับ 1 - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 150 คำ 178 ตัวอักษรจีน ใน 1 ภาคเรียน

ระดับ 2 - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 300 คำ 349 ตัวอักษรจีน ใน 1 ปีการศึกษา

ระดับ 3 - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 600 คำ 623 ตัวอักษรจีน ใน 1 ปีการศึกษาครึ่ง

ระดับ 4 - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 1200 คำ 1071 ตัวอักษรจีน ใน 2 ปีการศึกษา

ระดับ 5 - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 2500 คำ 1709 ตัวอักษรจีน ใน 2 ปีการศึกษาหรือนานกว่า

ระดับ 6 - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 5000 คำ 2633 ตัวอักษรจีน ในเวลาอันยาวนาน 

2. การสอบปากเปล่า เป็นการสอบที่บันทึกเสียงตนเองใส่เทปหรือ CD ซึ่งเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า HSKK(汉语水平口语考试) หรือภาษาอังกฤษ Chinese Proficiency Oral Test โดยปฏิบัติตามคำสั่งของข้อสอบโดยเคร่งครัด แบ่งออกเป็นระดับต้น กลาง และสูง 

ระดับต้น - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 200 คำ 250 ตัวอักษรจีน ใน 1-2 ภาคเรียน

ระดับกลาง - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 900 คำ 864 ตัวอักษรจีน ใน 1-2 ปีการศึกษา

ระดับสูง - ต้องเรียนภาษาจีนให้ได้ 3000 คำ 1800 ตัวอักษรจีน ใน 2 ปีการศึกษาหรือนานกว่า 

ข้อเปรียบเทียบระหว่างแบบใหม่กับแบบเดิม HSK ระดับ 1 และ 2 เป็นระดับแรกเริ่ม HSK ระดับ 3 และ 4 เป็นระดับพื้นฐานHSK ระดับ 5 เป็นระดับต้น-กลางHSK ระดับ 6 เป็นระดับสูงและการสอบปากเปล่าจะไม่รวมกับข้อสอบระดับสูงในแบบเดิม
ในแต่ละปี แบบเดิมจัดสอบ 4 ครั้ง แต่แบบใหม่จะจัดสอบเพิ่มขึ้นเป็น 8 หรือ 9 ครั้ง

การสอบ HSK ปากเปล่ายังมีอยู่ แต่การเขียนเป็นเรื่องถูกยกเลิกเมื่อปี 2553 โดยนำไปรวมกับการสอบ HSK ระดับ 5 และ 6

กฎเกณฑ์การสอบ HSK แบบใหม่จะเหมือนกับแบบเดิม คือเตรียมใบเข้าสอบ บัตรประชาชน ดินสอ 2B และยางลบเข้าห้องสอบ และอย่านำข้อสอบออกจากห้องสอบ และอย่ายืมของผู้อื่นมาใช้ ในขณะเดียวกันห้ามส่งเสียงดังระหว่างสอบ และอย่ารบกวนคนอื่นขณะสอบ ผู้เข้าสอบที่มาสายไปรอข้างนอก
แต่ละระดับของระบบใหม่จะแตกต่างจากระบบเดิม

ระบบเดิมคะแนนของระดับนั้นๆ จะไม่เท่ากัน และคะแนนที่ผ่านก็ไม่เท่ากันด้วย
ระบบใหม่คะแนนที่ผ่านเหมือนกันคือ ร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม
ระดับ 1 และ 2 คะแนนเต็ม 200 คะแนน - คะแนนที่ผ่านเกณฑ์คือ 120 คะแนน
ระดับ 3 ถึง 6 คะแนนเต็ม 300 คะแนน - คะแนนที่ผ่านเกณฑ์คือ 180 คะแนน
ปากเปล่าคะแนนเต็ม 100 คะแนน - คะแนนที่ผ่านเกณฑ์คือ 60 คะแนน

YCT ปากเปล่า


การสอบ YCT ปากเปล่านั้น จะต้องบันทึกเสียงใส่เทปหรือ CD โดยฟังก่อนแล้วพูดตามทีหลัง รวมทั้งการตอบคำถามไปด้วยในเวลาเดียวกัน ประกอบด้วยระดับต้น กลาง และสูง

1. ระดับต้น เปรียบเทียบได้กับ YCT ระดับ 1 ถึง 3 ซึ่งต้องเรียนรู้คำศัพท์ 200 คำ และอักษรจีน 225 ตัว ประกอบกับเรียนภาษาจีน 1 ถึง 2 ภาคเรียน โดยแบ่งการสอบออกเป็น 3 ส่วน มีทั้งหมด 25 ข้อ (ใช้เวลาสอบ 17 นาที ซึ่งรวมกับเวลาเตรียมตัวอีก 7 นาที)
1.1 ฟังแล้วพูดตาม (15 ข้อ 4 นาที / เฉลี่ยข้อละ 16 วินาที) โดยจะกล่าวทีละประโยค แล้วต้องพูดตามให้ทันภายใน 8 วินาที (ข้อ 1 ถึง 15)
1.2 ฟังแล้วตอบ (5 ข้อ 2 นาที / เฉลี่ยข้อละ 24 วินาที) โดยจะกล่าวคำถามทีละข้อ แล้วต้องตอบคำถามภายใน 20 วินาที (ข้อ 16 ถึง 20)
1.3  ดูภาพแล้วพูด  (5 ข้อ 4 นาที / เฉลี่ยข้อละ 48 วินาที) โดยในข้อสอบจะมีภาพกำหนดให้ แล้วต้องพูดออกมาโดยให้ประโยคที่พูดให้สัมพันธ์กับภาพ (ข้อ 21 ถึง 25)
โดยส่วนตอบคำถามจะเริ่มต้นหลังจากหมดเวลาเตรียมตัว (7 นาที) ไปแล้วเท่านั้น

2. ระดับกลาง เปรียบเทียบได้กับ  YCT ระดับ 4 ซึ่งต้องเรียนรู้คำศัพท์ 400 คำ และอักษรจีน 450 ตัว ประกอบกับเรียนภาษาจีน 2 ภาคเรียนหรือนานกว่า โดยแบ่งการสอบออกเป็น 3 ส่วน มีทั้งหมด 14 ข้อ (ใช้เวลาสอบ 19 นาที ซึ่งรวมกับเวลาเตรียมตัวอีก 10 นาที)
2.1 ฟังแล้วพูดตาม (10 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 18 วินาที) โดยจะกล่าวทีละประโยค แล้วต้องพูดตามให้ทันภายใน 8 วินาที (ข้อ 1 ถึง 10)
2.2 ดูภาพแล้วพูด (2 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที) โดยจะให้ดูภาพที่พิมพ์ลงในข้อสอบ แล้วต้องพูดประกอบภาพให้ได้ใจความ (ข้อ 11 และ 12)
2.3 ตอบคำถาม (2 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที) โดยในข้อสอบจะมีคำถามพิมพ์ไว้ให้ แล้วต้องตอบคำถามโดยพูดออกมา (ข้อ 13 และ 14)
โดยส่วนดูภาพแล้วพูด และตอบคำถามจะเริ่มต้นหลังจากหมดเวลาเตรียมตัว (10 นาที) ไปแล้วเท่านั้น

ทั้ง 2 ระดับมีคะแนนเต็ม 100 คะแนนเท่ากัน ถ้าทำได้ 60 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน 

YCT ระดับ 4

YCT ระดับ 4 ถือเป็นระดับต้นตอนปลายของการสอบเลยทีเดียว โดยก่อนสอบต้องเรียนรู้ 600 คำศัพท์ 623 อักษรจีน และต้องเรียนภาษาจีนให้ได้อย่างน้อย 1 ปีการศึกษาครึ่ง

การสอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือการฟัง อ่าน และเขียน รวม 80 ข้อ ใช้เวลาสอบ 85 นาที (รวมกับการเขียนข้อมูลส่วนตัวอีก 5 นาที และการสอบส่วนการฟังสิ้นสุดลง มีเวลาระบายลงในกระดาษคำตอบอีก 5 นาที)

1. การฟัง 40 ข้อ (30 นาที)
1.1 ข้อ 1 ถึง 10 ดูภาพบนข้อสอบ แล้วฟังบทสนทนา และตัดสินใจว่า ภาพตรงกับบทสนทนาที่ได้ยินหรือไม่
1.2 ข้อ 11 ถึง 20 แต่ละข้อจะมีภาพกำหนดให้บนข้อสอบ จากนั้น ฟัง 3 ประโยค แล้วเลือกประโยคที่ได้ยินให้ตรงกับภาพที่ได้ดู
1.3 ข้อ 21 ถึง 30 แต่ละข้อฟังบทสนทนาระหว่างคนสองคน แล้วฟังคำถาม จากนั้น ให้ดู 3 ตัวเลือก แล้วเลือกคำตอบให้ถูกต้อง
1.4 ข้อ 31 ถึง 40 บนข้อสอบของแต่ละข้อเป็นประโยคสรุป ต้องฟังประโยคที่ยาวประมาณ 30 อักษร แล้วฟังประโยคสรุปประกอบกับการดู จากนั้นตัดสินใจว่า 2 ประโยคสัมพันธ์กันหรือไม่

2. การอ่าน 30 ข้อ (30 นาที)
2.1 ข้อ 41 ถึง 45 มี 3 ประโยคให้เลือก ก่อนอื่นดูภาพก่อนแล้วเลือกประโยคให้ตรงกับภาพ
2.2 ข้อ 46 ถึง 55 มีประโยค 2 ชุด (ชุดละ 5 ข้อ) จับคู่ประโยคให้สัมพันธ์กัน
2.3 ข้อ 56 ถึง 65 บทสนทนายังไม่สมบูรณ์ แต่ละข้อซ่อนคำไว้ 1 คำ โดยแต่ละข้อจะมี 3 ตัวเลือก ให้เลือกคำที่ถูกต้องและบทสนทนาสมบูรณ์
2.4 ข้อ 66 ถึง 70 อ่านประโยคข้างต้น แล้วตอบคำถามข้างท้าย และเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

3. การเขียน 10 ข้อ (15 นาที)
3.1 ข้อ 71 ถึง 75 แต่ละข้อมีจำนวนคำไม่เท่ากัน โดยเรียงคำให้ประโยคสมบูรณ์และถูกต้อง
3.2 ข้อ 76 ถึง 80 ประโยคยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีอักษรจีนหายไปข้อละ 1 ตัว ต้องเขียนอักษรจีนที่ถูกต้องลงในกรอบสี่เหลี่ยม (ในข้อสอบมีคำอ่านสัทอักษรไว้ให้ ถ้าใส่ก็ใส่ในวงเล็บ)

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 300 คะแนน ถ้าทำได้ 180 คะแนนขึ้นไปถึือว่าผ่าน 

YCT ระดับ 3

YCT ระดับ 3 ถือเป็นระดับต้นตอนปลายของการสอบเลยทีเดียว โดยก่อนสอบต้องเรียนรู้ 300 คำศัพท์ 349 อักษรจีน และต้องเรียนภาษาจีนให้ได้อย่างน้อย 1 ปีการศึกษา

การสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการฟัง และอ่าน รวม 60 ข้อ ใช้เวลาสอบ 60 นาที (รวมกับการเขียนข้อมูลส่วนตัวอีก 5 นาที และการสอบส่วนการฟังสิ้นสุดลง มีเวลาระบายลงในกระดาษคำตอบอีก 5 นาที) 

1. การฟัง 35 ข้อ (20 นาที) ทุกข้อฟังข้อละ 2 ครั้ง
1.1 ข้อ 1 ถึง 10 ให้ดูภาพที่พิมพ์บนข้อสอบ แล้วฟังประโยค และตัดสินใจว่าประโยคที่ได้ยิน ตรงกับภาพบนข้อสอบหรือไม่
1.2 ข้อ 11 ถึง 20 ดูภาพที่พิมพ์บนข้อสอบ (มี 2 ชุด) แล้วฟังบทสนทนา โดยต้องฟังบทสนทนาให้ละเอียด แล้วเลือกภาพให้ตรงกับบทสนทนาที่ได้ยิน
1.3 ข้อ 21 ถึง 30 มี 3 ตัวเลือกบนข้อสอบ ซึ่งเป็นคำตอบ โดยฟังคำถามก่อนแล้วเลือกคำตอบให้ถูกต้อง
1.4 ข้อ 31 ถึง 35 มี 3 ตัวเลือกบนข้อสอบ ซึ่งเป็นคำตอบ แต่ต้องฟังบทสนทนาก่อน ฟังเสร็จ คำถามจะตามมา

2. การอ่าน 25 ข้อ (30 นาที)
2.1 ข้อ 36 ถึง 40 มีบทสนทนาและภาพกำหนดให้ ให้ดูภาพก่อน แล้วดูบทสนทนา และเลือกภาพให้ตรงกับบทสนทนาที่ได้ดู
2.2 ข้อ 41 ถึง 45 มี 3 ตัวเลือกและภาพกำหนดให้ ให้ดูภาพก่อน แล้วเลือกประโยคที่ถูกต้อง
2.3 ข้อ 46 ถึง 50 บทสนทนายังไม่สมบูรณ์ โดยกำหนดคำถามมาให้ แต่ต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องจาก 3 ตัวเลือกที่กำหนดให้
2.4 ข้อ 51 ถึง 60 บทสนทนายังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากหายไป 1 คำในแต่ละข้อ ต้องเลือกคำให้ถูกต้อง และทำให้บทสนทนาสมบูรณ์

คะแนนส่วนละ 100 คะแนน รวม 200 คะแนน ถ้าทำได้ 120 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน 

YCT ระดับ 2

YCT ระดับ 2 ถือเป็นระดับต้นของการสอบเลยทีเดียว โดยก่อนสอบต้องเรียนรู้ 150 คำศัพท์ 178 อักษรจีน และต้องเรียนภาษาจีนให้ได้อย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา

การสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการฟัง และอ่าน รวม 40 ข้อ ใช้เวลาสอบ 50 นาที (รวมกับการเขียนข้อมูลส่วนตัวอีก 5 นาที และการสอบส่วนการฟังสิ้นสุดลง มีเวลาระบายลงในกระดาษคำตอบอีก 3 นาที)

1. การฟัง 20 ข้อ (15 นาที) ทุกข้อฟังข้อละ 2 ครั้ง
1.1 ข้อ 1 ถึง 5 ดูภาพในแต่ละข้อที่พิมพ์ในข้อสอบ และต้องฟังวลีทีละข้อ แล้วตัดสินใจว่าภาพตรงกับวลีที่ได้ยินหรือไม่
1.2 ข้อ 6 ถึง 10 มีภาพมาให้ 6 ภาพ โดยต้องฟังประโยคด้วยในขณะดูภาพ แล้วเลือกภาพให้ตรงกับประโยคที่ได้ยิน
1.3 ข้อ 11 ถึง 15 ดู 3 ตัวเลือกซึ่งเป็นภาพที่พิมพ์ในข้อสอบ ฉะนั้น ต้องฟังบทสนทนาให้ออกแล้วเลือกภาพให้ตรงกับบทสนทนา
1.4 ข้อ 16 ถึง 20 บนข้อสอบมี 3 ตัวเลือก ฟังคำถาม และต้องเลือกคำตอบให้ตรงกับคำถามที่ได้ยิน

2. การอ่าน 20 ข้อ (27 นาที)
2.1 ข้อ 21 ถึง 25 มีภาพและวลีที่กำหนดให้ ดูประกอบแล้วตัดสินใจว่าตรงกันหรือไม่
2.2 ข้อ 26 ถึง 30 มีภาพและบทสนทนาที่กำหนดให้ ดูบทสนทนาแล้วเลือกภาพให้ตรงกับบทสนทนา
2.3 ข้อ 31 ถึง 35 มีคำถามกำหนดมาให้ ฉะนั้น ต้องเลือกคำตอบ (ที่อยู่ตรง Column ด้านขวามือ) ให้ตรงกับคำถามที่ได้ถาม
2.4 ข้อ 36 ถึง 40 แต่ละข้อซ่อนเอาไว้ 1 คำ และต้องเลือกคำให้บทสนทนา หรือประโยคสมบูรณ์ถูกต้อง

คะแนนส่วนละ 100 คะแนน รวม 200 คะแนน ถ้าทำคะแนนได้ 120 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน

YCT ระดับ 1

YCT ระดับ 1 ถือเป็นระดับแรกเริ่มของการสอบเลยทีเดียว โดยก่อนสอบต้องเรียนรู้ 80 คำศัพท์ 90 อักษรจีน และต้องเรียนภาษาจีนให้ได้อย่างน้อย 3 เดือน

การสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการฟัง และอ่าน รวม 35 ข้อ ใช้เวลาสอบ 35 นาที (รวมกับการเขียนข้อมูลส่วนตัวอีก 5 นาที และการสอบส่วนการฟังสิ้นสุดลง มีเวลาระบายลงในกระดาษคำตอบอีก 3 นาที)

1. การฟัง มี 20 ข้อ (10 นาที) ทุกข้อฟังข้อละ 2 ครั้ง
1.1 ข้อ 1 ถึง 5 ฟังคำศัพท์ทีละคำแล้วดูภาพ ตัดสินใจว่าภาพตรงกับที่ได้ยินหรือไม่
1.2 ข้อ 6 ถึง 10 ฟังประโยคก่อน แล้วเลือกภาพให้ตรงกับประโยคที่ได้ยิน
1.3 ข้อ 11 ถึง 15 ฟังประโยคในขณะที่ดูภาพ แล้วตัดสินใจว่าภาพตรงกับที่ได้ยินหรือไม่ (ส่วนนี้เหมือนกับส่วนที่ 1 แต่เปลี่ยนจากคำเป็นประโยค)
1.4 ข้อ 16 ถึง 20 ฟังบทสนทนาก่อน แล้วเลือกภาพให้ตรงกับบทสนทนาที่ได้ยิน (ส่วนนี้เหมือนกับส่วนที่ 2 แต่เปลี่ยนจากประโยคเป็นบทสนทนา) 

2. การอ่าน มี 15 ข้อ (17 นาที)
2.1 ข้อ 21 ถึง 25 มีภาพและคำที่กำหนดให้ แล้วตัดสินใจว่าภาพกับคำศัพท์ตรงกันหรือไม่
2.2 ข้อ 26 ถึง 30 มีภาพมาให้ 6 ภาพ และต้องเลือกภาพให้ตรงกับประโยคข้างล่าง
2.3 ข้อ 31 ถึง 35 มีบทสนทนาประกอบภาพให้ โดยเลือกคำตอบให้บทสนทนาสมบูรณ์ และตรงกับภาพ

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 200 คะแนน ถ้าทำได้ 120 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน 

เกี่ยวกับการสอบ YCT


การสอบ YCT (Youth Chinese Test / 中小学生汉语考试) โดยเน้นเด็กในระดับประถมและมัธยมศึกษา โดยอายุของผู้เข้าสอบจะไม่ควรเกิน 15 ปี และการสอบก็คล้ายคลึงกับ HSK

โดยแบ่งการสอบออกเป็น 2 ประเภท คือ การสอบข้อเขียน และปากเปล่า เช่นเดียวกับ HSK ของผู้ใหญ่

1. การสอบข้อเขียน เป็นการปูพื้นฐานโดยเลือกคำตอบที่ถูกต้อง ซึ่งระบายคำตอบที่เหมาะสมลงในกระดาษคำตอบ แต่จำนวนข้อไม่เท่ากัน แต่บางระดับมีจำนวนข้อเท่ากับ HSK แต่เนื้อหาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยแบ่งการสอบออกเป็นระดับ 1 ถึง 4 ในระดับ 1 ถึง 3 มีแต่ส่วนการฟังและอ่านเท่านั้น เนื่องจากเป็นระดับต้น แต่ระดับ 4 มีส่วนการเขียนด้วย เนื่องจากเป็นระดับกลาง

2. การสอบปากเปล่า เป็นการพูดบันทึกเสียงใส่เทปหรือ CD ลงในเครื่อง โดยการสอบถูกแบ่งออกเป็นระดับต้น และกลาง โดยระดับต้น ฟังก่อนแล้วพูดตาม ฟังแล้วตอบคำถาม และเรียบเรียงประโยคให้สัมพันธ์กับภาพ ระดับกลางมี ฟังก่อนแล้วพูดตาม เรียบเรียงประโยคให้สัมพันธ์กับภาพ และตอบคำถาม

และในแต่ละปีจะจัดสอบ 4 ครั้ง (คือในเดือนมีนาคม พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน) ซึ่งในเดือนพฤษภาคม และพฤศจิกายน จะมีการสอบทั้งข้อเขียนและปากเปล่าในขณะเดียวกัน แต่เดือนมีนาคม และสิงหาคม จะมีการสอบแต่ข้อเขียนอย่างเดียว

แต่กฎการสอบเหมือนกับ HSK ทุกประการ

HSK ปากเปล่า (HSKK)

การสอบ HSK ปากเปล่า (HSKK) นั้น จะต้องบันทึกเสียงใส่เทปหรือ CD โดยฟังก่อนแล้วพูดตามทีหลัง รวมทั้งการตอบคำถามไปด้วยในเวลาเดียวกัน ประกอบด้วยระดับต้น กลาง และสูง

1. ระดับต้น เปรียบเทียบได้กับ HSK ระดับ 1 และ 2 ซึ่งต้องเรียนรู้คำศัพท์ 200 คำ และอักษรจีน 225 ตัว ประกอบกับเรียนภาษาจีน 1 ถึง 2 ภาคเรียน โดยแบ่งการสอบออกเป็น 3 ส่วน มีทั้งหมด 27 ข้อ (ใช้เวลาสอบ 17 นาที ซึ่งรวมกับเวลาเตรียมตัวอีก 7 นาที)
1.1 ฟังแล้วพูดตาม (15 ข้อ 4 นาที / เฉลี่ยข้อละ 16 วินาที) โดยจะกล่าวทีละประโยค แล้วต้องพูดตามให้ทันภายใน 8 วินาที (ข้อ 1 ถึง 15)
1.2 ฟังแล้วตอบ (10 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 18 วินาที) โดยจะกล่าวคำถามทีละข้อ แล้วต้องตอบคำถามภายใน 9 วินาที (ข้อ 16 ถึง 25)
1.3 ตอบคำถาม (2 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที) โดยในข้อสอบจะมีคำถามพิมพ์ไว้ให้ แล้วต้องตอบคำถามโดยพูดออกมา 5 ประโยคเป็นอย่างน้อย (ข้อ 26 และ 27)
โดยส่วนตอบคำถามจะเริ่มต้นหลังจากหมดเวลาเตรียมตัว (7 นาที) ไปแล้วเท่านั้น

2. ระดับกลาง เปรียบเทียบได้กับ HSK ระดับ 3 และ 4 ซึ่งต้องเรียนรู้คำศัพท์ 900 คำ และอักษรจีน 864 ตัว ประกอบกับเรียนภาษาจีน 1 ถึง 2 ปีการศึกษา โดยแบ่งการสอบออกเป็น 3 ส่วน มีทั้งหมด 14 ข้อ (ใช้เวลาสอบ 21 นาที ซึ่งรวมกับเวลาเตรียมตัวอีก 10 นาที)
2.1 ฟังแล้วพูดตาม (10 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 18 วินาที) โดยจะกล่าวทีละประโยค แล้วต้องพูดตามให้ทันภายใน 8 วินาที (ข้อ 1 ถึง 10)
2.2 ดูภาพแล้วพูด (2 ข้อ 4 นาที / เฉลี่ยข้อละ 2 นาที) โดยจะให้ดูภาพที่พิมพ์ลงในข้อสอบ แล้วต้องพูดประกอบภาพให้ได้ใจความ (ข้อ 11 และ 12)
2.3 ตอบคำถาม (2 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที) โดยในข้อสอบจะมีคำถามพิมพ์ไว้ให้ แล้วต้องตอบคำถามโดยพูดออกมา (ข้อ 13 และ 14)
โดยส่วนดูภาพแล้วพูด และตอบคำถามจะเริ่มต้นหลังจากหมดเวลาเตรียมตัว (10 นาที) ไปแล้วเท่านั้น

3. ระดับสูง เปรียบเทียบได้กับ HSK ระดับ 5 และ 6 ซึ่งต้องเรียนรู้คำศัพท์ 3,000 คำ และอักษรจีน 2,000 ตัว ประกอบกับเรียนภาษาจีน 2 ปีหรือนานกว่านี้ โดยแบ่งการสอบออกเป็น 3 ส่วน มีทั้งหมด 6 ข้อ (ใช้เวลาสอบ 21 นาที ซึ่งรวมกับเวลาเตรียมตัวอีก 10 นาที)
3.1 ฟังแล้วพูดตาม (3 ข้อ 7 นาที / เฉลี่ยข้อละ 2.2 นาที) โดยจะกล่าวเรื่องสั้นทีละข้อ โดยเรื่องสั้นมีอักษรประมาณ 100-200 ตัว ฟังก่อนแล้วพูดตาม (ข้อ 1 ถึง 3)
3.2 อ่านออกเสียง (1 ข้อ 2 นาที) โดยในข้อสอบจะพิมพ์เรื่องสั้นออกมา และต้องอ่านออกเสียงตามที่พิมพ์ (ข้อ 4)
3.3 ตอบคำถาม (2 ข้อ 3 นาที / เฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที) โดยในข้อสอบจะมีคำถามพิมพ์ไว้ให้ แล้วต้องตอบคำถามโดยพูดออกมา (ข้อ 5 และ 6)
โดยส่วนอ่านออกเสียง และตอบคำถามจะเริ่มต้นหลังจากหมดเวลาเตรียมตัว (10 นาที) ไปแล้วเท่านั้น

ทุกระดับของการสอบปากเปล่ามีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ถ้าทำได้ 60 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน 

ภาพรวมของ HSK

ระดับ 1 เรียนรู้อักษรจีน 178 ตัว คำศัพท์ 150 คำ และเรียนรู้ภาษาจีน 1 ภาคการศึกษา 
มี 40 ข้อ ใช้เวลาสอบ 40 นาที แบ่งออกมาเป็น 2 ส่วน คือการฟังกับการอ่าน
1.1 การฟัง 20 ข้อ (15 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 1-5 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ 1 ภาพ ฟังคำศัพท์ จากนั้นให้กาถูก-ผิด
ส่วนที่ 2 ข้อ 6-10 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ 3 ภาพ ฟังประโยค ให้เลือกภาพ
ส่วนที่ 3 ข้อ 11-15 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ ฟังบทสนทนา แล้วเลือกภาพให้ตรงกับบทสนทนา
ส่วนที่ 4 ข้อ 16-20 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง ฟังประโยค และต้องตอบคำถามจากประโยคที่ได้ยิน มี 3 ตัวเลือก
1.2 การอ่าน 20 ข้อ (17 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 21-25 มีภาพ และคำกำหนดให้ ต้องกาถูก-ผิด
ส่วนที่ 2 ข้อ 26-30 มีภาพกำหนดให้ และต้องเลือกประโยคให้ตรงกับภาพ
ส่วนที่ 3 ข้อ 31-35 แต่ละข้อคำตอบมาให้ ต้องเลือกให้ตรงกับคำถาม
ส่วนที่ 4 ข้อ 36-40 ทุกประโยคจะมีคำหายไปประโยคละ 1 คำ จากนั้น ให้เลือกคำที่ตรงเป๊ะที่สุด
คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 200 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 120 คะแนน

2. ระดับ 2 เรียนรู้อักษรจีน 349 ตัว คำศัพท์ 300 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมาได้ 1 ปี หรือ 2 ภาคการศึกษา 
มี 60 ข้อ ใช้เวลาสอบ 55 นาที แบ่งออกมาเป็น 2 ส่วน คือการฟังกับการอ่าน
2.1 การฟัง 35 ข้อ (25 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 1-10 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ ฟังประโยค และกาถูก-ผิดเพื่อให้ประโยคสัมพันธ์กับภาพ
ส่วนที่ 2 ข้อ 11-20 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง กำหนดบทสนทนามาให้ ดูภาพ และเลือกเพื่อจับคู่กับบทสนทนา
ส่วนที่ 3 ข้อ 21-30 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีคำตอบ 3 ตัวเลือกให้ ต้องฟังประโยค และคำถามให้ดี
ส่วนที่ 4 ข้อ 31-35 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีคำตอบ 3 ตัวเลือกให้ ต้องฟังบทสนทนา และคำถามให้ชัดเจน
2.2 การอ่าน 25 ข้อ (22 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 36-40 จับคู่ประโยคให้สัมพันธ์กับภาพที่กำหนดให้
ส่วนที่ 2 ข้อ 41-45 จับคู่ 2 ประโยคให้สัมพันธ์กัน (โดยประโยคแรก จะต่อเนื่องถึงประโยคหลัง)
ส่วนที่ 3 ข้อ 46-50 กำหนดประโยคแรกให้ โดยมีประโยคหลังสรุป และให้กาถูก-ผิด
ส่วนที่ 4 ข้อ 51-60 มี 20 ประโยคกำหนดให้ ต้องจับคู่ให้สัมพันธ์กัน
คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 200 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 120 คะแนน 

3. ระดับ 3 เรียนรู้อักษรจีน 623 ตัว คำศัพท์ 600 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมานาน 1 ปีครึ่ง หรือ 3 ภาคการศึกษา
มี 80 ข้อ ใช้เวลาสอบ 90 นาที แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือการฟัง การอ่าน และการเขียน
3.1 การฟัง 40 ข้อ (35 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 1-10 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง โดยฟังบทสนทนาแล้วเลือกภาพที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 2 ข้อ 11-20 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง โดยฟังประโยคแล้วกาถูก-ผิด
ส่วนที่ 3 ข้อ 21-30 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง ฟังบทสนทนาสั้นๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 4 ข้อ 31-40 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง ฟังบทสนทนายาวๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
3.2 การอ่าน 30 ข้อ (30 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 41-50 เลือกประโยคให้สัมพันธ์กับประโยคข้างต้น
ส่วนที่ 2 ข้อ 51-60 เลือกคำที่ถูกต้องเติมลงในช่องว่าง
ส่วนที่ 3 ข้อ 61-70 อ่านประโยคต่อไปนี้แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
3.3 การเขียน 10 ข้อ (15 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 71-75 เรียงคำศัพท์ใหม่ให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 2 ข้อ 76-80 เขียนอักษรจีนที่หายไปให้ถูกต้อง
คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 300 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 180 คะแนน

4. ระดับ 4 เรียนรู้อักษรจีน 1,071 ตัว คำศัพท์ 1,200 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมานานแล้ว 2 ปี หรือ 4 ภาคการศึกษา
มี 100 ข้อ ใช้เวลาสอบ 105 นาที แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือการฟัง การอ่าน และการเขียน
4.1 การฟัง 45 ข้อ (40 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 1-10 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง ฟังข้อความแล้วกาถูก-ผิด
ส่วนที่ 2 ข้อ 11-25 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง ฟังบทสนทนาสั้นๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 3 ข้อ 26-45 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง ฟังบทสนทนา และเรื่องสั้น แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
4.2 การอ่าน 40 ข้อ (30 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 46-55 เลือกคำที่หายไปเติมลงในช่องว่างให้สมบูรณ์
ส่วนที่ 2 ข้อ 56-65 เรียงวลีให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 3 ข้อ 66-85 อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
4.3 การเขียน 15 ข้อ (25 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 86-95 เรียงประโยคที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 2 ข้อ 96-100 นำคำศัพท์ที่กำหนดให้ไปแต่งประโยคให้สัมพันธ์กับภาพ
คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 300 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 180 คะแนน 

5. ระดับ 5 เรียนรู้อักษรจีน 1,709 ตัว คำศัพท์ 2,500 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมานานแล้ว 2 ปี หรือ 4 ภาคการศึกษา หรือนานกว่านั้น
มี 100 ข้อ ใช้เวลาสอบ 125 นาที แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือการฟัง การอ่าน และการเขียน
1. การฟัง 45 นาที (40 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 1-20 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง โดยฟังบทสนทนาสั้นๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 2 ข้อ 21-45 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง โดยฟังบทสนทนา และเรื่องสั้น แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
5.2 การอ่าน 45 ข้อ
ส่วนที่ 1 ข้อ 46-60 มี 4 เรื่อง แต่ละเรื่องจะมีคำศัพท์ที่หายไป 3-4 คำ โดยเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
ส่วนที่ 2 ข้อ 61-70 อ่านเรื่องที่กำหนดให้ แล้วเลือกคำตอบที่ตรงกับเนื้อเรื่องที่สุดเพียง 1 ข้อ
ส่วนที่ 3 ข้อ 71-90 อ่านบทความ 5 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องจะมี 3-5 ข้อ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
5.3 การเขียน 10 ข้อ (40 นาที)
ส่วนที่ 1 ข้อ 91-98 เรียงคำให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง
ส่วนที่ 2 ข้อ 99 กำหนดคำมาให้ 5 คำ และต้องใช้ทั้ง 5 คำ ในการเขียนย่อหน้าที่มีจำนวนประมาณ 80 ตัวอักษร ส่วนข้อ 100 กำหนดภาพมาให้ ต้องนำภาพที่กำหนดไปเขียนเป็นย่อหน้าที่มีจำนวนประมาณ 80 ตัวอักษร
คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 300 คะแนน คะแนนที่ผ่านเกณฑ์ คือ 180 คะแนน  

6. ระดับ 6 เรียนรู้อักษรจีน 2,633 ตัว คำศัพท์ 5,000 คำขึ้นไป
6.1 การฟัง 50 ข้อ (35 นาที) เป็นทักษะที่คนพูดแล้วต้องจับใจความให้ได้
ส่วนที่ 1 ต้องฟังเนื้อเรื่องแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องเลย จะไม่มีคำถามข้างท้ายเหมือนระดับ 1-5 รวม 15 ข้อ (ข้อ 1-15)
ส่วนที่ 2 ต้องฟังความเข้าใจในบทสัมภาษณ์ 3 บทๆ ละ 5 ข้อ รวม 15 ข้อ (ข้อ 16-30)
ส่วนที่ 3 ต้องฟังความสั้น โดยฟังคำพูดแบบเร็วๆ โดยความสั้นมีขนาดประมาณ 100-150 อักษร ใช้เวลาพูดประมาณ 15 วินาที มีบทละ 4 ข้อ มี 5 บท รวม 20 ข้อ (ข้อ 31-50)
6.2 การอ่าน 50 ข้อ (50 นาที) เป็นการอ่านที่ต้องจับใจความในบทความให้ทัน
ส่วนที่ 1 มีอยู่ 1 ตัวเลือกที่มีความผิดพลาดในประโยค มี 10 ข้อ (ข้อ 51-60)
ส่วนที่ 2 มีเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกคำที่เหมาะสมที่สุด และแต่ละข้อหายไป 3-5 คำ มี 10 ข้อ (ข้อ 61-70)
ส่วนที่ 3 มีบทความ 2 เรื่อง 10 ข้อ โดยแต่ละเรื่องมีวลีหายไป 5 ข้อ ซึ่งต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องลงในกระดาษคำตอบ (ข้อ 71-80)
ส่วนที่ 4 มีเรื่องสั้น 5 เรื่องๆ ละ 4 ข้อ โดยต้องอ่านเรื่องสั้นให้ละเอียด และมีคำถามข้างท้ายให้ตอบ (ข้อ 81-100)
6.3 การเขียน (45 นาที)
มีบทความยาวๆ 1,000 อักขระ โดย 10 นาทีแรกให้อ่านเรื่องราวดังกล่าว และอีก 35 นาทีที่เหลือให้เขียนเรื่องย่อ โดยเรื่องสั้นที่ย่อต้องยาวประมาณ 400 อักขระ และไม่ให้เพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไปด้วย
คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวมทั้งหมด 300 คะแนน ถ้าทำได้ 180 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน 

HSK ระดับ 6

ถือเป็นระดับที่ยากที่สุด ถ้าใครผ่านก็ถือว่าเจ๋งมากๆ โดยต้องฝึกฝนด้วยอักษรจีน 2,633 ตัว 5,000 คำขึ้นไป

1. การฟัง 50 ข้อ (35 นาที) เป็นทักษะที่คนพูดแล้วต้องจับใจความให้ได้
ส่วนที่ 1 ต้องฟังเนื้อเรื่องแล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องเลย จะไม่มีคำถามข้างท้ายเหมือนระดับ 1-5 รวม 15 ข้อ (ข้อ 1-15)
ส่วนที่ 2 ต้องฟังความเข้าใจในบทสัมภาษณ์ 3 บทๆ ละ 5 ข้อ รวม 15 ข้อ (ข้อ 16-30)
ส่วนที่ 3 ต้องฟังความสั้น โดยฟังคำพูดแบบเร็วๆ โดยความสั้นมีขนาดประมาณ 100-150 อักษร ใช้เวลาพูดประมาณ 15 วินาที มีบทละ 4 ข้อ มี 5 บท รวม 20 ข้อ (ข้อ 31-50)

2. การอ่าน 50 ข้อ (50 นาที) เป็นการอ่านที่ต้องจับใจความในบทความให้ทัน
ส่วนที่ 1 มีอยู่ 1 ตัวเลือกที่มีความผิดพลาดในประโยค มี 10 ข้อ (ข้อ 51-60)
ส่วนที่ 2 มีเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกคำที่เหมาะสมที่สุด และแต่ละข้อหายไป 3-5 คำ มี 10 ข้อ (ข้อ 61-70)
ส่วนที่ 3 มีบทความ 2 เรื่อง 10 ข้อ โดยแต่ละเรื่องมีวลีหายไป 5 ข้อ ซึ่งต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องลงในกระดาษคำตอบ (ข้อ 71-80)
ส่วนที่ 4 มีเรื่องสั้น 5 เรื่องๆ ละ 4 ข้อ โดยต้องอ่านเรื่องสั้นให้ละเอียด และมีคำถามข้างท้ายให้ตอบ (ข้อ 81-100)

3. การเขียน (45 นาที)
มีบทความยาวๆ 1,000 อักขระ โดย 10 นาทีแรกให้อ่านเรื่องราวดังกล่าว และอีก 35 นาทีที่เหลือให้เขียนเรื่องย่อ โดยเรื่องสั้นที่ย่อต้องยาวประมาณ 400 อักขระ และไม่ให้เพิ่มความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไปด้วย

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวมทั้งหมด 300 คะแนน ถ้าทำได้ 180 คะแนนขึ้นไปถือว่าผ่าน

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

HSK ระดับ 5


ก่อนสอบ เรียนรู้อักษรจีน 1,709 ตัว คำศัพท์ 2,500 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมานานแล้ว 2 ปี หรือ 4 ภาคการศึกษา หรือนานกว่านั้น

มี 100 ข้อ ใช้เวลาสอบ 125 นาที แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือการฟัง การอ่าน และการเขียน

1. การฟัง
1.1 ข้อ 1-20 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง โดยฟังบทสนทนาสั้นๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
1.2 ข้อ 21-45 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง โดยฟังบทสนทนา และเรื่องสั้น แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

2. การอ่าน
2.1 ข้อ 46-60 มี 4 เรื่อง แต่ละเรื่องจะมีคำศัพท์ที่หายไป 3-4 คำ โดยเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
2.2 ข้อ 61-70 อ่านเรื่องที่กำหนดให้ แล้วเลือกคำตอบที่ตรงกับเนื้อเรื่องที่สุดเพียง 1 ข้อ
2.3 ข้อ 71-90 อ่านบทความ 5 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องจะมี 3-5 ข้อ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

3. การเขียน
3.1 ข้อ 91-98 เรียงคำให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง
3.2 ข้อ 99 กำหนดคำมาให้ 5 คำ และต้องใช้ทั้ง 5 คำ ในการเขียนย่อหน้าที่มีจำนวนประมาณ 80 ตัวอักษร ส่วนข้อ 100 กำหนดภาพมาให้ ต้องนำภาพที่กำหนดไปเขียนเป็นย่อหน้าที่มีจำนวนประมาณ 80 ตัวอักษร

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 300 คะแนน คะแนนที่ผ่านเกณฑ์ คือ 180 คะแนน 

HSK ระดับ 4

ก่อนสอบ เรียนรู้อักษรจีน 1,071 ตัว คำศัพท์ 1,200 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมานานแล้ว 2 ปี หรือ 4 ภาคการศึกษา

มี 100 ข้อ ใช้เวลาสอบ 105 นาที แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือการฟัง การอ่าน และการเขียน

1. การฟัง
1.1 ข้อ 1-10 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง ฟังข้อความแล้วกาถูก-ผิด
1.2 ข้อ 11-25 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง ฟังบทสนทนาสั้นๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
1.3 ข้อ 26-45 แต่ละข้อฟัง 1 ครั้ง ฟังบทสนทนา และเรื่องสั้น แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

2. การอ่าน
2.1 ข้อ 46-55 เลือกคำที่หายไปเติมลงในช่องว่างให้สมบูรณ์
2.2 ข้อ 56-65 เรียงวลีให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง
2.3 ข้อ 66-85 อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

3. การเขียน
3.1 ข้อ 86-95 เรียงประโยคที่ถูกต้อง
3.2 ข้อ 96-100 นำคำศัพท์ที่กำหนดให้ไปแต่งประโยคให้สัมพันธ์กับภาพ

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 300 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 180 คะแนน

HSK ระดับ 3

ก่อนสอบ เรียนรู้อักษรจีน 623 ตัว คำศัพท์ 600 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมานาน 1 ปีครึ่ง หรือ 3 ภาคการศึกษา

มี 80 ข้อ ใช้เวลาสอบ 90 นาที แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือการฟัง การอ่าน และการเขียน

1. การฟัง
1.1 ข้อ 1-10 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง โดยฟังบทสนทนาแล้วเลือกภาพที่ถูกต้อง
1.2 ข้อ 11-20 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง โดยฟังประโยคแล้วกาถูก-ผิด
1.3 ข้อ 21-30 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง ฟังบทสนทนาสั้นๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
1.4 ข้อ 31-40 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง ฟังบทสนทนายาวๆ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

2. การอ่าน
2.1 ข้อ 41-50 เลือกประโยคให้สัมพันธ์กับประโยคข้างต้น
2.2 ข้อ 51-60 เลือกคำที่ถูกต้องเติมลงในช่องว่าง
2.3 ข้อ 61-70 อ่านประโยคต่อไปนี้แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

3. การเขียน
3.1 ข้อ 71-75 เรียงคำศัพท์ใหม่ให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง
3.2 ข้อ 76-80 เขียนอักษรจีนที่หายไปให้ถูกต้อง

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 300 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 180 คะแนน

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

HSK ระดับ 2

ก่อนสอบ เรียนรู้อักษรจีน 349 ตัว คำศัพท์ 300 คำ และเรียนรู้ภาษาจีนมาได้ 1 ปี หรือ 2 ภาคการศึกษา 

มี 60 ข้อ ใช้เวลาสอบ 55 นาที แบ่งออกมาเป็น 2 ส่วน คือการฟังกับการอ่าน

1. การฟัง (35 ข้อ, 25 นาที)
1.1 ข้อ 1-10 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ ฟังประโยค และกาถูก-ผิดเพื่อให้ประโยคสัมพันธ์กับภาพ
1.2 ข้อ 11-20 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง กำหนดบทสนทนามาให้ ดูภาพ และเลือกเพื่อจับคู่กับบทสนทนา
1.3 ข้อ 21-30 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีคำตอบ 3 ตัวเลือกให้ ต้องฟังประโยค และคำถามให้ดี
1.4 ข้อ 31-35 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีคำตอบ 3 ตัวเลือกให้ ต้องฟังบทสนทนา และคำถามให้ชัดเจน

2. การอ่าน (25 ข้อ, 22 นาที)
2.1 ข้อ 36-40 จับคู่ประโยคให้สัมพันธ์กับภาพที่กำหนดให้
2.2 ข้อ 41-45 จับคู่ 2 ประโยคให้สัมพันธ์กัน (โดยประโยคแรก จะต่อเนื่องถึงประโยคหลัง)
2.3 ข้อ 46-50 กำหนดประโยคแรกให้ โดยมีประโยคหลังสรุป และให้กาถูก-ผิด
2.4 ข้อ 51-60 มี 20 ประโยคกำหนดให้ ต้องจับคู่ให้สัมพันธ์กัน

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 200 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 120 คะแนน

HSK ระดับ 1

ก่อนสอบ เรียนรู้อักษรจีน 178 ตัว คำศัพท์ 150 คำ และเรียนรู้ภาษาจีน 1 ภาคการศึกษา 

มี 40 ข้อ ใช้เวลาสอบ 40 นาที แบ่งออกมาเป็น 2 ส่วน คือการฟังกับการอ่าน

1. การฟัง 20 ข้อ (15 นาที)
1.1 ข้อ 1-5 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ 1 ภาพ ฟังคำศัพท์ จากนั้นให้กาถูก-ผิด
1.2 ข้อ 6-10 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ 3 ภาพ ฟังประโยค ให้เลือกภาพ
1.3 ข้อ 11-15 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง มีภาพมาให้ ฟังบทสนทนา แล้วเลือกภาพให้ตรงกับบทสนทนา
1.4 ข้อ 16-20 แต่ละข้อฟัง 2 ครั้ง ฟังประโยค และต้องตอบคำถามจากประโยคที่ได้ยิน มี 3 ตัวเลือก

2. การอ่าน 20 ข้อ (17 นาที)
2.1 ข้อ 21-25 มีภาพ และคำกำหนดให้ ต้องกาถูก-ผิด
2.2 ข้อ 26-30 มีภาพกำหนดให้ และต้องเลือกประโยคให้ตรงกับภาพ
2.3 ข้อ 31-35 แต่ละข้อคำตอบมาให้ ต้องเลือกให้ตรงกับคำถาม
2.4 ข้อ 36-40 ทุกประโยคจะมีคำหายไปประโยคละ 1 คำ จากนั้น ให้เลือกคำที่ตรงเป๊ะที่สุด

คะแนนเต็มส่วนละ 100 คะแนน รวม 200 คะแนน คะแนนผ่านเกณฑ์คือ 120 คะแนน

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

泰国的时代

1782年以前是泰国的古代,1782年至1851年是泰国中代,1851年至1910年是泰国近代,1910年至1946年是泰国现代,1946年以后是泰国当代。
        From before 1782 is Ancient Thailand, 1782 to 1851 is Middle Thailand, 1851 to 1910 is Modern Thailand, 1910 to 1946 is New Modern Thailand and After 1946 is the Present Thailand

北京、HSK、YCT

北京是中华人民工和国的首都,这个地区有很多人口,大部分的人口是汉族。北京是中国的东方,北京是四个大城市之一。在北京语言文化大学时,很多外国人必要学习汉语,学习汉语学习得很认真,汉语老师们要说话这句话,三天打鱼,两天晒网。诗琳通公主是一位泰国的王国之一。
诗琳通公主来北京大学时,这位公主2001年学习了汉语、学习了中国文化、学习了中国地图、诗琳通公主觉得汉语学习得很认真,每年公主去中国用汉语说话。
汉语水平考试是汉语学习者必须要参加考试。从2009年,这个新汉语水平考试是中国国家汉办与汉考国际每年举行汉语水平考试了八次了。从以前汉语水平考试有四个等级,有基础、出中等、高等,还有十一个等级。以后修订了只有六个等级。中小学生的部分就是新中小学生汉语考试,从2004年他们要参加了这个考试。
新汉语水平考试分笔试和口试,笔试有6个等级,就是HSK(1到6级),口试有三个等级,就是HSK口试(初级、中级、高级)。新中小学生汉语考试也分笔试和口试,笔试有4个等级,就是YCT(1到4级),口试有两个等级,就是YCT口试(初级和中级)。总分是60%得满分为合格。

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

แบบฝึกหัด 2 (练习2)

1.แปลประโยคต่อไปนี้
(1)昨天我买这本书了。
(2)刘先生去医院找大夫的时候,他给大夫检查一下。
(3)张先生常常给爸爸打电话。
(4)你的照相机是红色的还是蓝色的?
(5)昨天你买《汉泰词典》了吗?
(6)我已经买两本书了。
(7)王先生没去书店,因为他没有时间。
(8)这是湖北的东西。

2.อ่านประโยคของข้อ 1 อีกครั้งว่าเป็นประโยคแบบใด?

3.เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาจีนมีอะไรบ้าง?
:?!·《》,。/……()“”